สรุปการสัมมนา
การสร้างเครือข่ายและการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากนักวิชาชีพ
และนักเรียนไทยในยุโรป: การประชุมในประเด็น
“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียุโรปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง”
วันที่ 22 กรกฎาคม 2550
ณ ห้องประชุม Sir Alexander Flemming Building, Imperial College, London
เรื่อง ความคาดหวังที่มีต่อนักเรียนทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดย ดร. ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช
ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิ่งแรกคือ เรื่องที่เราพูดคุยกันในวันนี้ จะทำอย่างไรจะให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่อง เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายกัน พวกเรารู้จักกันแล้ว อย่างน้อยการจะให้ประโยชน์ทางด้านวิชาการแลกเปลี่ยน และปรึกษาหารือกันเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เฉพาะทางด้านการเรียน บางคนอยู่มหาวิทยาลัยคนเดียวไปอยู่อีกเมือง อย่างน้อยวันนี้มาเจอเพื่อน ทางด้านจิตใจเราก็จะรู้สึกอบอุ่นขึ้น มีเพื่อนฝูงที่จะปรึกษาหารือได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืม ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป อย่าลืมทำความพัวพันธ์กัน ที่ประเทศลาวเขาเรียกการสร้างสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดว่า “พัวพันธ์ “
เรื่องการตั้งโครงการทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันที่จริงแล้วเรื่องทุนรัฐบาล และทุนเล่าเรียนหลวง ทางสำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยที่รับผิดชอบและจัดสรรทุนให้แต่ละหน่วยงานภาคราชการมาโดยตลอด แต่ในระยะหลังประเทศไทยมีความต้องการบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราขาดแคลนนักวิจัยค่อนข้างจะมาก เมื่อเทียบกับไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จึงทำเรื่องนี้เป็นโครงการพิเศษ เพื่อเพิ่มจำนวนนักวิจัยรวมทั้งคุณภาพด้วย โดยขอให้ทาง ก.พ. ช่วยดำเนินการดูแลนักเรียนเราในต่างประเทศ โดยหวังว่าเมื่อท่านเรียนจบไปแล้วนักเรียนทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเข้าสู่งานวิจัยให้มาก ถ้าท่านกลับไปแล้วไปอยู่ฝ่ายบริหาร หรือหน่วยอื่นที่ไม่ได้ทำวิจัย ก็จะทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราคาดหวังที่จะให้ท่านไปทำงานวิจัยมันจะไม่เกิด เฉพาะวันนี้จึงต้องการย้ำว่า เราจะหาแนวทางร่วมกันอย่างไร เมื่อท่านกลับไปแล้วท่านยังทำงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เบื้องต้นที่ทุกฝ่ายคาดหวังไว้ว่า กลับไปแล้ว 5 ปีอยากให้ใช้เวลาในการวิจัยให้เต็มที่
ขณะนี้ โครงการนักเรียนทุนฯ กำลังจะเข้าระยะที่ 3 คือ เริ่มมาตั้งแต่ปี 39 นักเรียนทุนเพิ่งกลับไปประมาณพันสามร้อยกว่าคน มีเสียเวลาอยู่บ้างที่บางคนใช้เวลาเรียน 11-12 ปี ปรากฏว่าผมจะต้องมาเสียเวลามาเซ็นต์มอบอำนาจให้อัยการฟ้องศาล คือ 11 ปี ใช้เงินไปประมาณ 23-24 ล้านบาท และเด็กทุกวันนี้ ไม่รู้คิดได้อย่างไรที่จะไม่ทำงานที่จะไม่ชดใช้หรือจะไม่ทำเพื่อประเทศชาติตรงนี้อยากฝากน้อง ๆ ฝากเพื่อน ว่ามันไม่คุ้ม คือตัวนักเรียนเองอาจจะคิดว่าฉันมีทางไป แต่พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนเซ็นต์สัญญาแล้ว ผมเห็นมาก็มานั่งปรึกษามาร้องห่มร้องไห้เงินตั้ง 20 กว่าล้านมันจะใช้ยังไง บางคนยังมีการยืนยันว่าจะออกไปเราก็ให้ออกไปจะชดใช้เงินจะอะไรต่าง ๆ เสร็จแล้วพอไปแล้วมีปัญหา อยากขอกลับเข้ามาอีก ซึ่งเวลาขอกลับมันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องนำเสนอ ครม. เราก็ยินดีทำให้ แต่ว่าให้คิดให้ถ่องแท้ก่อน อยากให้พวกเราตระหนักและเข้าใจโดยตลอดว่าประเทศไทยที่เราเอาเงินภาษีอากรมาให้ท่านได้เรียนกันและเสียเวลากับแต่ละคนไม่ใช่น้อย 5 ปี ถึง 10 กว่าปีขึ้น ฉะนั้นเราจะตอบแทนประเทศได้อย่างไร ก็ฝากประเด็นนี้ไว้ และก็คิดว่าเราไปช่วยบ้านเมืองเราจะดีกว่า
สำหรับเรื่องงานวิจัย ปรากฏว่าตอนนี้นักเรียนทุนก็เริ่มกลับไปและเราก็เริ่มติดตามผล ปรากฏว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้น แต่เราคิดว่าประมาณ 80-85 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าสู่ระบบวิจัยอยู่แล้ว กระทรวงก็ติดตามตรงนี้ ก่อนหน้านั้นไม่ได้ทำเพราะว่านักเรียนยังไม่กลับกัน พอตอนนี้เริ่มกลับกันก็เริ่มที่จะมีการบันทึก และสิ่งที่อยากจะฝากท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา (คุณสุชาดา) ซึ่งท่านจะมาพูดประเด็นปัญหาต่าง ๆ ซึ่งผมก็อยากจะฝากประเด็นตรงนี้
(1) เงื่อนไขการรับทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ ในฐานะเป็นผู้ไปขอหลักการจาก ครม. มาแล้วมาจัดสรรทุนตรงนี้ จัดสรรทุนเป็น 2 ประเภท ให้กับหน่วยต่าง ๆ ซึ่งวิธีการคือ
- ศึกษาระดับปริญญาตรี-โท-เอก เอาเด็กจบตั้งแต่มัธยมมาเรียนเลย ปริญญาตรี-โท-เอก ที่เมืองนอกกลุ่มหนึ่ง
- ศึกษาระดับปริญญาโท-เอกมาเน้นการวิจัยโดยเฉพาะ ตรงนี้ การคัดเลือกผู้รับทุนจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่ง เราเปิดสอบโดยทั่วไปตามความต้องการของหน่วยงานตามระบุมาอันนี้ก็คือจบปริญญาตรีแล้วสอบได้ทุนเรียนเสร็จแล้วก็กลับไปอยู่หน่วยงานนั้น
กลุ่มที่สองก็คือ กลุ่มพัฒนาข้าราชการก็คือทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่กระทรวงวิทย์ฯ หรือว่าอยู่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยู่สถาบันวิจัยต่าง ๆ เราคัดเลือกมา ก็มีการสอบคัดเลือกของแต่ละหน่วย
ประเด็นคือว่า เมื่อเราต้องการให้ไปทำงานวิจัย มันไม่รู้จะเขียนเงื่อนไขอย่างไง จะทำอย่างไงให้เขาได้วิจัยอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็ 5 ปี เราไม่ได้หวังมาก หวังว่า 5 ปี แต่บางคนพอเข้าไปอยู่คณะวิทยาศาสตร์ไปอยู่ภาคเคมี หัวหน้าภาคไม่มีก็จะถูกอ้อนวอนให้มาเป็นหัวหน้าภาค เราก็อยากจะให้ทำวิจัยและทางด้านวิชาการวิชาชีพให้ไปได้ไกล ๆ ก่อนใช่ไหมครับ ไม่งั้นพอถึงเวลา คุณก็จะมีปัญหาเหมือนกันเพราะฐานวิชาการก็ไม่แน่น คุณจะคุยกับอาจารย์หรือว่านักวิชาการอาวุโสไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ากลับไปก็ควรที่จะเริ่มที่สายวิชาการก่อนจนพร้อมที่จะคุยกับทุกฝ่ายได้แล้วเราก็ค่อยมาบริหาร
ดังนั้น การเขียนอย่างไร MOU ระหว่างกระทรวงวิทย์ที่ contact กับ หน่วยงาน มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่คุณถูกคัดเลือกมาว่า 5 ปี เมื่อจบแล้วทำวิจัย เพราะประเด็นปัญหาตรงนี้มันไม่ใช่จะเกิดเฉพาะพวกคุณมันจะสะท้อนถึงเด็กรุ่นน้องที่จะรับทุนต่อไปในอนาคต ก่อนมานี่ผมชี้แจงกรรมการงบประมาณของสภาว่าเรามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการนักวิจัยแล้วกลับมาเชื่อมโยงวิจัยตรงนี้ได้อย่างไร มันมีเงื่อนไขผูกมัดกันไหมหรือว่าเรามีกลไกลอย่างไร มันเป็นเรื่องยากที่จะมาเขียนผูกมัด มันจะเขียนยังไงเพราะหน่วยงานเวลาเอากลับไปแล้ว ก็อยู่ที่หน่วยงานที่จะให้โอกาส
(2.) การสร้างเครือข่ายและทีมงานวิจัย เมื่อพวกคุณกลับไป จะต้องมีทุนวิจัยต่อเนื่องและทุนวิจัยต่อ ไม่ใช่ว่าคุณกลับไปแล้วผมจะมีทุนวิจัยให้คุณ คุณจะต้องมีวัตถุประสงค์หรือโจทย์ที่มีประโยชน์และที่สำคัญที่สุดการที่จะไปขอทุน เรากลับไปใหม่ ๆ เราคนเดียวอาจจะยาก เราจึงต้องอาศัยทีม เราต้องมีพี่เลี้ยง มีเครือข่ายที่เราจะทำงานด้วยกัน มันจะทำให้เราเกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีม อย่างบางประเทศจีน เกาหลี ไต้หวัน เขาจะทำงานเป็นทีม สมมุติว่าเรามีปัญหาเรื่องโรคไข้หวัดนก ถ้าเข้าทีมไข้หวัดนก เรามีประสบประการณ์ เราก็เข้าไปแล้วแบ่งงานกันทำแทนที่จะเป็นคนเดียว คนเดียวขอบเขตของการวิจัยมันก็จะแคบ และมีเฉพาะความคิดเห็นส่วนตัว และมักจะทำเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ ประเด็นก็คือว่าถ้าเราทำวิจัยแบบเล็ก คุณไปขอ ผศ.มันไม่มีปัญหา แต่อยากจะให้ไปแก้โจทย์ตรงนั้น เฉพาะที่กระทรวงวิทย์ฯ ทำไว้อย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อวาน เราจะพยาม link กับกระทรวง และสถานบันวิจัยต่าง ๆ และกับมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ ที่จะให้เกิดตรงนี้และเราจะเป็นคนดูโจทย์ ว่าพวกคุณมีความสามารถและความชำนาญทางด้านไหน set เป็นทีมแล้วทำงานตรงนี้
อย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ รถยนต์นี้คนนี้รับเรื่องล้อ คนนี้รับเรื่องพวงมาลัย และเราจะต้องมาร่วมกันตรงนี้ เฉพาะตรงคำว่าเครือข่ายและทีมผมพยายามย้ำว่าพวกเราที่อยู่ที่นี่ คุณจะต้องพยายามสร้างเครือข่ายกับอาจารย์ของคุณ กับเพื่อนที่ยังอยู่ ใช่ว่าเรากลับไปแล้วทำอย่างโดดเดี่ยว อย่างกรณีตัวอย่างของ EU FP7 ของ EUที่เข้ามาคุยก็จะเห็นว่าถ้าเราจะไปทำวิจัยร่วมกับ EU EUก็จะดูว่าอาจารย์ที่ปรึกษาคนไหนเก่ง เราก็จะต้อง link กับทางนี้ ในการ transfer เรื่องเทคโนโลยีมันเป็นสิ่งสำคัญ เฉพาะนั้นคำถามก็คือเราอยากที่จะเพิ่มนักวิจัย และอยากจะให้ท่านได้กลับไปทำงานวิจัยจริง ๆ ไม่ว่าจะวิจัยนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ อย่างน้อยปีหนึ่งจะเสนอนโนบายทางด้านวิทยาศาสตร์ ออกมาซักหนึ่งเรื่องอย่างนี้มันก็จะต้องทำวิจัย
(3) การวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ การวิจัยควรจะต้องไปแก้ปัญหาประเทศและในหน่วยงานของท่าน คำว่าปัญหาได้มีการอภิปราย กันในหน่วยงาน อย่างเราส่งนักเรียนมาเรียน แน่นอนเราได้ประสบประการณ์ แต่อย่างอังกฤษหรือว่า อเมริกา เหมือนเขาได้นักวิจัยไปฟรี ๆ เพราะในช่วงที่คุณมาเรียน คุณทำวิจัยมันก็ทำให้เพิ่มพูนความรู้ใหม่ในประเทศที่เราได้มาเรียนจริง ๆ เราก็อยากจะเปิดหลักสูตรอย่างนี้ในประเทศไทยให้มากแล้วก็เราก็มีนักศึกษามาเรียน ก็เท่ากับว่าเราก็ได้นักวิจัยจากประเทศอื่นมาที่เราเหมือนกัน ถ้ามองในแง่หนึ่งมันก็มีความจำเป็นที่จะต้องส่งพวกท่านมาเรียน หรือมองอีกแง่หนึ่งก็เหมือนเราส่งคนที่เป็นนักวิจัยของเรามาทำการวิจัยให้กับประเทศอื่น ความคิดมันก็มีถามกลับมาว่า อธิการบดีในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อยากจะให้แบ่งสัดส่วนว่า ทุนในประเทศเราก็จะได้นักวิจัยในประเทศ มองตรงนั้นได้ไหม และอีกประเด็นหนึ่งเราก็จะต้องมีความจำเป็นที่เราจะต้องมาแลกเปลี่ยนเอาความรู้จากต่างประเทศ บางสาขาและเทคโนโลยีที่เราไม่ทันเขา เราก็ยังจำเป็นต้องมาอยู่ และในขณะที่เรามาอยู่ มันจะพยายามทำอันไหนมันตรงและแก้โจทย์ในประเทศและหน่วยงานของเรา มันจะคิดตรงนั้นได้ไหม
(4) ระบบสนับสนุน ระบบพี่เลี้ยง คำว่าพี่เลี้ยง จะช่วยให้คุณรู้จักหน่วยงาน บางคนรับทุนรู้ว่าตัวจะไปอยู่กรมวิทยาศาสตร์บริการ รับทุนยังไม่ได้ไปที่กรมเลยยังไม่รู้ว่ากรมทำงานอย่างไร สาขาที่กรมมีความต้องการเรื่องอะไร คุณก็มาเรียนเลยจนจบจึงไปทำงานที่กรม มันไม่ต่อเนื่อง ถ้ามีพี่เลี้ยงที่อยู่ที่เมืองไทย พอกลับเมืองไทยก็จะสามารถแก้ไขโจทย์ได้ ถ้าเป็นไปในลักษณะอย่างนี้มันก็เป็นผลดี ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วทาง ก.พ. สามารถที่จะจัดการบริหารและจัดเตรียมพี่เลี้ยงให้ได้หรือไม่ เพื่อที่จะเป็นผลดีต่อนักเรียนที่ทำวิจัยในขณะที่ยังเรียนไม่จบ พอจบแล้วกลับเมืองไทยก็สามารถที่จะต่อยอดการทำวิจัยต่อ และควรที่จะทำฐานข้อมูลเพื่อสร้างเครือข่าย และยังเป็นผลดีต่อประทศของเราด้วย เพราะขณะที่พวกคุณทำการวิจัยที่นี่และยังสามารถพัฒนาประเทศเราไปด้วย เพราะฉะนั้นท่านทำวิจัยแล้วไปเก็บข้อมูลที่เมืองไทยแล้วกลับมาเขียนเป็นรูปเล่ม มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อประเทศของเราแต่ถ้าหากท่านทำวิจัยแล้วตรงกับปัญหาประเทศของเรา มันจะเป็นประโยชน์มากกว่า
การฝึกงาน เด็กที่ได้รับทุนตั้งแต่ปริญญาตรี-โท-เอก มักจะเกิดปัญหาท้อถอยเนื่องจากใช้เวลานานในการศึกษาและเรื่องของการห่างบ้านมานาน แต่สุดท้ายก็ขอหยุดไม่ศึกษาต่อ ถ้าอย่างนั้นกลับไปทำงานก่อนได้รู้ปัญหาของโจทย์หรือหน่วยงานแล้วค่อยมาเรียนต่อจะดีไหม แล้วก็เอาตรงนั้นมาทำวิจัย ถ้าหากจะทำอย่างนี้จะสามารถทำได้หรือเปล่า
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มุ่งหวังอยากจะให้ท่านจบเร็ว ๆ เพื่อที่จะกลับไปพัฒนาบ้านเมืองและไม่ต้องห่วงและกังวลเรื่องงานเพราะทางเรามีงานรองรับอยู่ อย่างของกระทรวงวิทย์ฯ ทาง ครม. มีนโยบายที่จะจัดตั้งสถาบันวิจัยสี่ภาค และแต่ละแห่งก็ต้องการนักวิจัยจำนวนไม่น้อย และทางเราก็พยายามที่จะสร้างเครือข่ายกับทางเอกชนเพื่อทำการวิจัยและทำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาให้มากขึ้น และจะเน้นในเรื่องนวตกรรม แผนการที่จะพัฒนานวตกรรมใหม่ 35 เปอร์เซ็นต์ ในปีหน้า พวกท่านก็เป็นหัวใจหลักในการที่จะช่วยพัฒนา อย่างเรื่องของไบโอ Engineering จะต้องอาศัยหลายหน่วยงานและหลายสาขามาช่วยกันเพื่องานวิจัยจะได้ไปรอด เพราะฉะนั้นก็จะต้องทำงานเป็นทีม ลักษณะอย่างนี้คือสิ่งที่เราคาดหวัง ครั้งนี้ทางกระทรวงวิทย์ฯ และทาง ก.พ. จัดขึ้นก็อยากให้นักเรียนทุนของกระทรวงวิทย์ฯ ได้ทำความรู้จักและสร้างเครือข่าย และคาดหวังที่จะไปทำงานร่วมกัน
เรื่อง ระบบบริหารจัดการภาคราชการที่รองรับนักเรียนทุนรัฐบาล
โดย นายปรีชา วัชราภัย
เลขาธิการ ก.พ.
ขอขอบคุณทางกระทรวงวิทย์ฯ ที่ได้จัดงานสัมมนาในครั้งนี้
เรื่องของการจัดสรรทุน เป้าหมายก็คือ การสร้างคนเพื่อไปสร้างชาติ รัฐบาลไทยได้จ่ายให้กับนักเรียนทุนต่อคนต่อปี เป็นล้าน ๆ เพื่ออยากจะให้ไปพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป ถ้าหากท่านทั้งหลายไม่กลับไป ก็ไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศและรัฐบาลเองก็อยากจะเห็นท่านกลับไปพัฒนาประเทศ เพราะว่าเงินที่รัฐบาลได้ส่งเสียท่านเรียนก็ได้มาจากภาษีของคนไทย ดังนั้นเมื่อท่านจบการศึกษาแล้วผมคิดว่าสิ่งที่ท่านควรทำ คือกลับไปอยู่หน่วยงานของรัฐ
ในส่วนของกระทรวงวิทย์ฯ เริ่มให้มีการจัดสรรทุน เพื่อให้นักเรียนไทยมาเรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี 2525 – 2526 โดยมีเงื่อนไข เมื่อกลับไปจะต้องไปทำงานชดใช้ทุนในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งจำแนกได้เป็น 3 ส่วน
- ส่วนราชการที่เป็นกรม
- สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
- ภาครัฐบาล ที่ไม่เป็นส่วนราชการ ในส่วนของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ผมคิดว่าในอนาคตมหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบมากขึ้น และคิดว่าเมื่อท่านกลับไปแล้ว ท่านคงจะใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานในเรื่องของการสอนและการทำวิจัย ถ้าหากว่าเป็นทุนที่ท่านได้รับจากมหาวิทยาลัยนั้น
ในส่วนของราชการพลเรือน ก็มีการปรับระบบบริหารงานบุคคล เพื่อที่จะให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้ที่ทำงานจะมีโอกาสก้าวหน้าตามความสามารถ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักวิชาการ สามารถก้าวหน้าในกลุ่มตัวเอง โดยไม่ต้องโยกย้ายไปในกลุ่มตำแหน่งบริหาร
สำหรับเรื่องระบบพี่เลี้ยง เมื่อท่านศึกษาเล่าเรียนแล้วและจบไปทำงาน ท่านจะเป็นผู้ที่เรียนรู้งานได้ดี ถ้าหากว่าท่านจะมีที่ปรึกษา มีพี่เลี้ยง และเมื่อท่านมีประสบการณ์ระดับหนึ่ง ท่านก็จะเป็นพี่เลี้ยง เป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นหลัง คอยให้คำปรึกษาแนะนำให้กับรุ่นน้องต่อไป เรื่องระบบพี่เลี้ยงนี้ สามารถสร้างได้ในระบบการทำงานปกติอยู่แล้ว คือการให้คำปรึกษาแนะนำเมื่อมีโอกาส ซึ่ง สกพ. ก็สนับสนุนเต็มที่
นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดสรรทุนระยะสั้น สำหรับส่วนของราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการเพิ่มประสบการณ์ ความรู้ สกพ. กำลังพิจารณาจัดสรรทุนระยะสั้นสำหรับผู้ปฏิบัติงาน เป็นทุนของการฝึกอบรมสำหรับนักบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้นักบริหารได้เข้าหลักสูตรฝึกอบรมในสถาบันต่าง ๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยกำลังเปิดรับทุนอีกประเภทหนึ่งเป็นทุนสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป และมาเรียนอยู่ต่างประเทศอยู่แล้วเข้ามารับทุนรัฐบาล ถ้าอยู่ปีสุดท้ายของเทอม และสนใจในการทำการวิจัย ขอให้เสนอโครงการหรือผลงานมาทาง สกพ. จะเป็นตัวประสานหาหน่วยงานที่สนใจ เรื่องที่ท่านทำให้และยินดีสนับสนุนค่าตอบแทนให้ ถ้าหากท่านสนใจที่จะรับราชการ ทางเราก็จะคืนเงินตั้งแต่ที่ท่านใช้จ่ายมาในการศึกษาให้ นี่เป็นสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกเราเรียกว่า ทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐบาล เป็นแนวคิดอีกอย่างหนึ่งที่จะสามารถเพิ่มนักวิจัยของประเทศไทยได้เป็นนวัตกรรมใหม่ แล้วถ้าหากเราจะเป็นตัวกลางที่จะให้คนไทยที่เรียนอยู่ในสถาบันต่าง ๆ ในต่างประเทศและมีโครงการที่สนใจศึกษาอยู่มีโอกาสเข้าไปทำงานในภาครัฐในจุดที่เหมาะสม ก็จะเป็นสิ่งที่ดี ทุนนี้จะประกาศรับตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป
เรื่องของการสร้างคนเป็นสิ่งที่จำเป็นของรัฐบาลไทยและให้ความสำคัญของการศึกษา สิ่งที่อยากจะฝากท่าน ท่านต้องไม่ทอดทิ้งรัฐบาลไทย และประเทศไทยยังต้องการคนที่เก่งและมีความสามารถขอให้ทุกคนกลับไปทำงานวิจัยต่อ อย่างน้อย 8 – 9 ปี สกพ. ได้เตรียมระบบรองรับเพื่อเอื่อต่อการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพ ด้านวิชาการ หรือการให้ทุนกลับมาอบรมอีก
อีกเรื่องที่สำคัญคือ เมื่อท่านได้รับทุนปริญญาตรี-เอก ถ้าท่านต้องการที่จะหยุดแล้วกลับไปทำงานก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อก็ได้ เหมือนทุนไทยพัฒน์ฯ ที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ทางราชการก็ไม่อยากจะตัดหนทางของคนที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ท่านสามารถที่จะทำได้ และโดยเฉพาะคนที่เรียนจบปริญญาตรี หากเป็นไปได้ สกพ. ก็สนับสนุนให้ท่านได้มีโอกาสกลับไปหาประสบการณ์การทำงานในหน่วยราชการก่อน 2 ปี แล้วจึงเรียนต่อ และนอกจากนี้ สกพ. กำลังจะเริ่มโครงการอีกอันหนึ่งคือ เรียนดีจบเร็วใช้ทุนสั้นซึ่งยังเป็นโครงการอยู่ ถ้าหากเราทำได้ เราก็จะได้คนไปทำงานเร็วขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย รัฐบาลสร้างความหวังไว้กับท่านทั้งหลายเพื่อจะให้ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ
เรื่อง โครงการประเมินความคุ้มค่า นักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดย ดร.ไพโรจน์ วงศศิริวัฒนากูล
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ โดยการส่งนักเรียนมาศึกษาต่างประเทศ นักเรียนทุนของเราได้มาศึกษาในหลายประเทศ เช่นในสหรัฐอเมริกา มีนักเรียนทุนเรียนเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนทุนทั้งหมด และมีนักเรียนทุนในยุโรปเป็นอีกส่วนหนึ่ง นักเรียนทุนรัฐบาลที่เรียนจากเดิมมี 4 สาขาเพิ่มขึ้นเป็น 6 สาขา วัตถุประสงค์ เพื่อให้กลับมาเป็นอาจารย์หรือนักวิจัย
จากการสำรวจความพึงพอใจหรือข้อคิดเห็นมีทั้งขอดีและข้อเสีย ประโยชน์ ปัญหา และข้อเสนอแนะ จากนักเรียนทุน หน่วยต้นสังกัด โดยการประเมิน จากนักเรียนทุน โดยแบบสอบถาม และการประชุมกลุ่มย่อย ผลเป็นดังนี้
ข้อดี
1. เปิดกว้างให้กับโอกาสเท่าเทียบกัน
2. สามารถเลือกมหาวิทยาลัยระดับโลกได้
3. เป็นทุนที่ยืดหยุ่นได้ สามารถขอเปลี่ยนแปลงได้หรือขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นสังกัดจะอนุญาต
4. ทุนปริญญาตรี โท เอก นักเรียนมีความสนใจมากเนื่องจากมีแรงจูงใจให้ศึกษาต่างประเทศ
ข้อเสีย
1. Brake ไม่ได้
2. ระยะเวลานานเกินไป
3. อุปกรณ์และสถานที่ไม่เอื้ออำนวยในการทำวิจัย
4. การโยนย้ายหน่วยงานทำได้ยาก
5. ทุนปริญญาตรี-เอก ระยะเวลาผูกมัดนานเกินไป
ประโยชน์
1. กระทรวงวิทยาศาสตร์ได้เพิ่มนักวิจัย และได้กระจายไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ
2. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ
นักเรียนทุนเป็นต้นทุน มิใช่เป็นการลงทุนที่เราต้องยอมจ่าย สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณ เมื่อได้เงินส่วนของโครงการนักเรียนทุนมาสำนักงาน ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะทำการบริหารจัดการและกลั่นกรองโครงการให้ไปตามนโยบาย ได้งบประมาณมาแต่ละปีจะให้ทาง สวทช. ดำเนินการโอนค่าใช้จ่ายไปให้ สนร. ในต่างประเทศ เพื่อทำการแจกจ่ายไปตามนักเรียนทุนอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าหากประเทศไหนไม่มี สนร.ก็จะต้องผ่านทางสถานทูตดูแล
เนื่องจากมี พรบ. การบริหารบ้านเมืองที่ดี จึงให้มีการประเมินความคุ้มค่าของแต่ละโครงการ ทางกระทรวงวิทย์จะนำสนับสนุนสำหรับนักเรียนทุนเพื่อเป็นโครงการนำร่อง ในการประเมินความคุ้มค่า มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เพื่อหาจุดอ่อนและจะได้ทำการแก้ไขทางด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผล และผลกระทบต่อสังคม ความพึงพอใจของผู้รับบริการ จากนักเรียนทุนจากหน่วยงานต้นสังกัด
3. สามารถนำความรู้จากต่างประเทศมาพัฒนาการเรียนการสอนในหลักสูตรของมหาลัยได้
4. มีเครือข่ายการวิจัยจากต่างประเทศ
5. มีโอกาสการสร้างนวตกรรมใหม่และจดสิทธิบัตรเพิ่มขึ้น
ปัญหา
1. ระบบราชการไม่เอื้ออำนวย มีกฎระเบียบมากมาย
2. ขาดการวางแผนด้านการใช่คำสั่งคน นโยบายประเทศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำงานไม่ตรงกับทีเรียนมา มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
3. ไม่รู้จักหน่วยงาน
4. มีภาระงานสอนมากไม่มีเวลาในการทำวิจัย
5. แหล่งเงินทุนทำวิจัยมีข้อกำหนดมาตรฐานสูงไปสำหรับนักวิจัยใหม่ ทุนวิจัยแต่ละทุนค่อนข้างยากมีระเบียบเข้มงวด
สรุป การศึกษาผลกระทบกับประสิทธิภาพทั้งหมดสรุปได้ 4 ประเด็น
1. ต้นทุนต่อหน่วย
2. ความพึงพอใจ
3. ผลตอบแทน
4. ผลกระทบ
ข้อเสนอแนะมี 3 ประการ
1. ก่อนการศึกษา ควรจะเปิดโอกาสให้ผู้ขอทุนกับหน่วยงานได้ทำการรู้จักกันก่อนว่าหน่วยงานนั้นทำงานอย่างไร เพื่อให้ผู้ขอทุนตัดสินใจแต่แรก
2. ระหว่างการศึกษา ควรจะมีโครงการเยี่ยมนักเรียนทุนเพื่อจะได้ทราบถึงปัญหาของนักเรียน
3. หลังสำเร็จการศึกษา สามารถที่จะทำการ postdoc ได้อีกหนึ่งปีเพื่อเพิ่มประสบการณ์การทำงานของนักเรียนทุน
4. เป็นได้ไหมถ้าหากผู้ที่ต้องการรับทุนโดยตอนแรกมาจากทุนอื่นแล้วมาขอรับทุนนี้
การเสวนาเรื่อง การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค์การศึกษา นักเรียนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดย
คุณสุชาดา รังสินันท์ อัคราชฑูตฝ่ายการศึกษา ณ กรุงลอนดอน
คุณพันธุ์เรือง พันธุหงส์ ผู้อำนวยการส่วนการศึกษาและฝึกอบรบ สำนักงาน ก.พ.
และ คุณสมชาย อินจอหอ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. เรื่องการ break ทุนและเรื่องของการชดใช้ทุน?
เรื่องของการ break ทุนนั้นตอนนี้ทุนของไทยพัฒน์ฯ ได้ดำเนินการแล้ว ดังนั้นในส่วนของทุนกระทรวงวิทย์ฯ ก็ควรจะทำได้ ขอให้ทำเรื่องขอมา ส่วนเรื่องของการชดใช้ทุนนั้นทางสำนักงาน ก.พ. กำลังศึกษาและอาจจะมีโครงการใช้คืนเพียงหนึ่งเท่าสำหรับผู้ที่เรียนดีและอยู่ระยะเวลาที่กำหนดต่อไป
2. เรื่องทุนนวัตกรรมใหม่ ชาวต่างชาติจะสามรถรับทุนได้หรือไม่?
ไม่ได้ รับได้เฉพาะคนไทยและมีสัญชาติไทยเท่านั้น
3. อยากทราบว่า ก.พ. มีการผ่อนผันในการขยายทุนการศึกษา โดยจะออกค่าใช้จ่ายใน
ปีที่ 5 ให้หรือไม่?
ทาง ก.พ. สามารถที่จะพิจารณาผ่อนผันและออกค่าใช้จ่ายให้หากว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่เพียงพอ
4. อยากทราบว่านักเรียนทุนที่เป็นข้าราชการ เมื่อเรียนจบโทแล้วรอการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาระดับปริญญาเอกและทางมหาลัยได้ทำการตอบรับช้าแล้วจะต้องทำอย่างไร?
ทาง ก.พ. สามารถผ่อนผันให้ได้ระยะหนึ่ง หลังจากนั้น ควรพักการศึกษาชั่วคราว ช่วงเวลาที่พักจะไม่นับเป็นเวลาชดใช้ทุน
5. การเรียนภาษา English เพิ่มเติมทาง ก.พ. จะจ่ายค่าเรียนให้หรือไม่?
ทาง ก.พ. สามารถที่จะออกค่าใช้จ่ายให้ ขอให้มีเหตุผลที่สมควร
6. ระบบการรักษาที่อังกฤษ ต้องรอนานมาก ทำไม ก.พ. ไม่มีการทำประกันหมู่?
เพราะว่าที่ไหนมีการรักษาฟรีทางกระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะไม่จ่ายเงินให้ แต่ถ้าไปรักษาที่เมืองไทยแล้ว ได้เป็นผู้ป่วยใน ทาง สกพ. ยินดีที่จะจ่ายให้ แต่สำหรับในต่างประเทศ ก็แล้วแต่เป็นกรณีไปหากมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาจริง ๆ สามารถที่จะจ่ายให้ได้
7. การขอทำวิจัยหลังจากจบการศึกษา?
ตามระเบียบมิได้กำหนดไว้ แต่ถ้าหากมีความจำเป็นจริง ๆ และมีเหตุผลเพียงพอก็สามารถที่จะต่อได้แต่ไม่เกิน 1 ปี และจะต้องเป็นนักเรียนที่ไม่ได้ขอขยายเวลาเรียนมาก่อน
8. ผู้ที่จะกลับไปใช้ทุนที่ สทวช. เป็นไปได้ไหมที่ทำตำแหน่งนักวิชาการไปด้วย?
ไม่สามารถที่จะทำได้เนื่องจากว่าทางที่ สทวช. ยังไม่มีตำแหน่งนักวิชาการ
9. ทำไมกระทรวงวิทยาศาสตร์จึงไม่สนับสนุนให้นักเรียนเรียนปริญญาตรีในประเทศเพื่อเป็นการส่งเสริมอุดมศึกษาในประเทศ?
ทางกระทรวงวิทย์ฯ มีทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ
10. หากได้รับทุนของกระทรวงวิทย์ฯ และสังกัดอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งสามารถที่จะย้ายไปมหาลัยอื่นได้หรือเปล่า?
ถ้าหากสองหน่วยงานตกลงกันได้ทางกระทรวงวิทย์ฯ ก็จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป
11. ในกรณีทุนบุคคลทั่วไป บุคคลที่ได้รับทุนอาจจะมีประสบการณ์การทำงานแล้ว เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว และบรรจุเข้ารับราชการ ได้นำประสบการณ์ดังกล่าวมาพิจารณาหรือไม่?
ระเบียบ ขณะนี้ ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้
12. การเพิ่มเงินของนักวิชาการที่จบการศึกษาแล้ว?
กำลังพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานและผลงานวิจัย
13. การวิจัยหากไม่มีเครื่องมือในการทำวิจัย กระทรวงวิทย์ฯ มีแผนการในการดำเนินการอย่างไรเพื่อต่อยอด?
ทางกระทรวงวิทย์ฯ จะประสานงานตามหน่วยงานต่าง ๆเพื่อให้ท่านสามารถทำการวิจัยต่อไปได้
14. ตามระเบียบหลังจากการจบการศึกษาแล้วจะต้องกลับภายใน 20 วันนับตังแต่วันไหน?
ตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือจากอาจารย์ รับรองว่าท่านสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ถ้าไม่สามารถกลับได้ภายใน 20 วัน จะขออยู่ได้โดยจะต้องมีเหตุผลและมีความจำเป็นจริง ๆ
15. เรื่องการไปเสนอผลงานทางวิชาการ ทาง ก.พ. จะต้องออกค่าใช้จ่ายให้หรือไม่?
จะออกค่าใช้จ่ายทั้งค่าลงทะเบียนและค่าเดินทาง แต่ขอย้ำว่าเพียงครั้งเดียวตลอดหลักสูตรของการศึกษา
16. ทราบว่ามี พรบ.ประกาศให้ชดใช้ทุนได้ 1 เท่า เมื่อเมษายน 2549 อยากทราบว่ามีผลใช้บังคับนักเรียนทุนปีใดบ้าง?
ไม่ใช่ พรบ. แต่เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยข้าราชการลาศึกษาไม่ใช่ระเบียบสำหรับนักเรียนทุน
17. สนร. ควรส่งเสริมให้ นักเรียนสมัครทุน oversee reseach student ซึ่งจะลดค่าเรียนได้จำนวนมาก?
ส่วนลดนี้ นักเรียนไม่สามารถที่จะได้รับเงินเอง เพราะว่าเงินได้รับส่วนลดจะต้องส่งคืนประเทศ
18. ค่าพักอาศัยแพงขึ้นทุกปีจะทำยังไงได้บ้าง?
ทำหนังสือผ่านมาทาง สนร. ควรจะมีข้อมูลแนบมากับจดหมายด้วยเพื่อง่ายต่อการนำเสนอผู้ที่มีอำนาจพิจารณากันต่อไป
19. เป็นข้าราชที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงวิทย์ฯ เมื่อจบไปแล้วอยากจะทำงานวิจัยต่อจากปริญญาเอก?
ทาง กระทรวงวิทย์ฯ มีทุนวิจัย โดยจะขอทุนวิจัยใหม่ได้ เมื่อสำเร็จปริญญาโทหรือเอกไม่เกินห้าปี
หนึ่งทุนต่อหนึ่งงานวิจัย ทำการวิจัยภายในประเทศหนึ่งปีและสามารถนำงานวิจัยไปเผยแผ่ได้ด้วย
20. ระยะเวลาการทดใช้ทุนสำหรับข้าราชการลาศึกษาและพนักงานของมหาวิทยาลัยจะใช้กฎเดียวกันหรือไม่?
ปัจจุบันยังต้องใช้สองเท่าเหมือนกัน
21. อยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับนักเรียนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์เพราะวิชาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะนำไปทำอะไรได้เลย จบแล้วจะไปทำงานอะไรได้บ้าง?
วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ยังเป็นสาขาที่ประเทศไทยต้องการ กำลังคนอีกเป็นอย่างมาก ไม่ต้องห่วงขอให้กลับไป มีงานรออยู่
22. หน่วยงานใดที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี watch?
ในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เรามีเทคโนโลยี เรื่องของหลักสูตรนวัตกรรม
23. ผลงานที่ทำวิจัยที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ผลงานจะเป็นของมหาวิทยาลัยหรือว่าเป็นของหน่วยงาน?
เป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งจะเป็นของเจ้าของทุน ส่วนที่สองเป็นของมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ส่วนที่สามเจ้าตัวของนักวิจัยเอง
24. การสร้างเครือข่ายงานวิจัยไม่สามารถที่จะสร้างได้เนื่องจากผู้เข้าประชุมไม่สามารถที่จะทำความรู้จักกันได้ ซึ่งคณะผู้จัดจะทำอย่างไง?
การสัมมนาครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เชิญผู้รับทุนมา เป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เรื่องนี้จึงเป็นข้อเสนอที่ดี ที่เราจะนำไปปรับปรุงในการประชุมครั้งหน้าให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
25. จะะมีการปรับค่าใช้จ่ายให้หรือไม่?
เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่สามารถที่จะปรับได้ทุกปี เป็นสิ่งที่ สกพ. เข้าใจ และศึกษาอยู่ และจะต้องพิจารณาอยู่บนมาตรฐานที่เหมาะสม และความจำเป็นในแต่ละประเทศ
|